หนุ่มนักตบไทยในซีเกมส์

ซีเกมส์ 2019 ถือว่าเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ยาก และลำบากที่สุดอีกหนึ่งครั้งของวอลเลย์บอลชายทีมชาติไทย

vlb49

ซีเกมส์ 2019 ถือว่าเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ยาก และลำบากที่สุดอีกหนึ่งครั้งของวอลเลย์บอลชายทีมชาติไทย

เนื่องด้วยในปีนี้ ทีมชายได้มีการผลัดเปลี่ยนตัวนักกีฬาหลายคน ส่วนมากจะเป็นดาวรุ่งดวงใหม่ที่ขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทีม ผสานกับผู้เล่นตัวเก๋าที่เหลืออยู่ไม่กี่คน ประกอบกับคู่แข่งทีมอื่น ๆ ก็เริ่มที่จะมีผลงาน และฝีมือที่ดุดันขึ้นเรื่อย ๆ

รวมถึงผลงานที่ผ่านมาทั้งในสโมสรเอเชีย และชิงแชมป์เอเชีย ก็ยังออกมาไม่เป็นที่น่าพอใจมากนัก จึงเรียกได้ว่า ซีเกมส์ ที่ฟิลิปปินส์ หนนี้ เป็นครั้งที่น่าจะเหนื่อยพอสมควรกับทีมชาติชุดนี้ นับตั้งแต่การคว้าเหรียญทองซีเกมส์ 2011 ที่ประเทศอินโดนีเซีย หนุ่มไทย แทบจะถือว่าเป็นทีมเบอร์ 1 ของย่านอุษาคเนย์อย่างเต็มตัว ด้วยการเป็นแชมป์ของโซนนี้ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา

การคว้าแชมป์ในบ้านของอินโดนีเซีย เมื่อปี 2011 เป็นการกลับมากำราบนักตบแดนอิเหนาอย่างทบต้นทบดอก หลังจากที่ทีมชายเคยแพ้มาในปี 2009 ที่ลาว หลังจากนั้น ไม่ว่าจะเป็น เนปิดอว์เกมส์ 2013 และ สิงคโปร์เกมส์ 2015 เป็น 3 ครั้งซีเกมส์ ที่เรียกได้ว่าเราคว้าแชมป์มาได้แต่โดยง่ายทั้งหมด

แข่งขันไปทั้งหมด 16 นัด เสียไปเพียงแค่ 3 เซต

พร้อมป้องกันเหรียญทอง ! โค้ชยุ่น ชี้ หนุ่มไทยมุ่งมั่นซ้อมก่อนลุยซีเกมส์

นั่นเป็นเพราะ นักตบไทยชุดดังกล่าว เป็นชุดที่ดีที่สุดของยุคก็ว่าได้ และเป็นนักกีฬาที่เล่นด้วยกันมานาน อยู่ในช่วงพีค และมีความดุดันในเกมรุก เหนียวแน่นในเกมรับ

ไม่ว่าจะเป็น กิตติคุณ ศรีอุทธวงศ์ กัปตันทีม, จิรายุ รักษาแก้ว, ธีรศักดิ์ นาคประสงค์, สราญจิต เจริญสุุข, วันชัย ทัพวิเศษ, มนตรี แหวนประดับ ล้วนแล้วแต่เป็นนักตบระดับยอดฝีมือของไทยในยุคนั้น

ประจวบกับคู่แข่งในโซนอาเซียน หลายทีมเริ่มที่จะผลงานตกลงไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อินโดนีเซีย ที่ผลงานหายไปอย่างน่าใจหาย ส่วนทีมอื่น ๆ อย่าง เวียดนาม, พม่า, กัมพูชา, ฟิลิปปินส์ ก็เป็นคู่แข่งที่ต่อกรกับทีมชาติไทยได้ยากอยู่แล้ว

แต่เมื่อปี 2017 ที่มาเลเซียเกมส์ ทีมชาติไทย อยู่ในช่วงโรยราของนักกีฬาตัวเก่า หลาย ๆ คนอายุแตะเลข 3 กันแล้ว

ส่วนผู้เล่นหน้าใหม่ก็พึ่งจะเริ่มมาติดทีมชาติชุดใหญ่กันเป็นครั้งแรกกันหลายคน

ซ้ำยังมีผลงานที่ไม่ดีก่อนซีเกมส์อีก เมื่อคู่ปรับเต็ง 1 อย่าง อินโดนีเซีย ดันมีไปได้อย่างสดใสกับชิงแชมป์เอเชียในบ้าน ด้วยการเข้าถึงรอบ 4 ทีมสุดท้าย

ขณะที่หนุ่มไทย ก็ดันไปตกรอบแรกซะอีก

เท่านั้นยังไม่พอ ในรอบจัดอันดับสายล่าง ลูกทีมของ “โค้ชยุ่น” ก็ยังไปพ่ายให้กับ เวียดนาม อีกหนึ่งทีมในอาเซียนเสียอย่างนั้น

นั่นทำให้ ซีเกมส์ 2017 เป็นโจทย์ที่ยากครั้งหนึ่งของทีมชาติไทยเลยเทียว

ทว่าสุดท้าย หนุ่มไทย ยังคงเอาตัวรอด ด้วยการโกงตายชนะ เวียดนาม 3-2 เซต ในรอบตัดเชือก ก่อนจะเข้ามาชิงทอง และเอาชนะ อินโดนีเซีย 3-1 เซต

เป็นการคว้าแชมป์ที่ค่อนข้างเหนื่อยที่สุด (ใน 4 ครั้งหลัง) นับตั้งแต่แข่งขันมาก็ว่าได้

กลับมาที่ปี 2019 ฟิลิปปินส์เกมส์ จะเริ่มแข่งขันในช่วงเดือนธันวาคมนี้ หนุ่มไทย ผลัดใบใหม่ไปหลายคน โดยเฉพาะ 2 ผู้เล่นตัวหลักทั้ง กิตติคุณ ที่ขอพักการเล่นในนามทีมชาติ และ จิรายุ ที่ประกาศอำลาทีมชาติไปแล้ว

เหลือเพียงผู้เล่นหน้าเก่าอย่าง 2 กฤษฎา, สราญจิต และมนตรี พ่วงลิบ กับผู้เล่นชุดใหม่ที่ได้ไปรวมตัวกันมาแล้วสโมสรเอเชีย และชิงแชมป์เอเชีย

ผสานงานกับผู้เล่นหน้าใหม่ที่ผ่านประสบการณ์ใหญ่ ๆ มาแล้วทั้ง มาวิน มณีวงษ์, บุญญฤทธิ์ วงศ์ธร, จักรภพ แสงสี, อมรเทพ คนหาญ, จักรกฤษณ์ จันดาหัวดง, กันตพัฒน์ คูณมี

ส่วนคู่แข่งอย่าง เวียดนาม, พม่า และฟิลิปปินส์ ล้วนแล้วแต่ผลงานน่ากลัวทั้งหมด และยังมีคู่ปรับอันดับ 1 อย่าง อินโดนีเซีย ที่คงเป็นกระดูกชิ้นโตของการแข่งขันครั้งนี้

แม้คู่แข่งในรอบแรกของทีมไทย จะยังไม่ได้หนักมาก (สิงคโปร์ และพม่า) แต่งานที่จะหนักมาก ๆ จะเป็นการแข่งขันในรอบรองชนะเลิศ ซึ่งอาจจะเป็น เวียดนาม, ฟิลิปปินส์ หรือ อินโดนีเซีย ก็เป็นไปได้หมด

หนุ่มไทย เปิดสนามเจอ สิงคโปร์, ทีมหญิง เหลือ 4 เริ่มดวล อิเหนา
หากครั้งนี้ เราสามารถคว้าทองมาคล้องใจได้อีกสมัย จะกลายเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ซีเกมส์ ที่คว้าแชมป์ติดต่อกันมากที่สุด 5 สมัย

แต่หากทำไม่ได้ละก็….

ก็ตัวใครตัวมันละครับ